- AI และ Automation พลิกโฉมงาน HR
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในการทำงานของ HR มากขึ้น เช่น การคัดเลือกบุคลากร การประเมินผล และการให้คำแนะนำพนักงาน ทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ HR มีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาพนักงานหรืองานในเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น เทคโนโลยี HR ต่าง ๆ เช่น ระบบ HRIS, LMS จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
- การพัฒนาทักษะพนักงาน (Upskilling & Reskilling)
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วในยุคปัจจุบัน ทำให้ความต้องการในทักษะของพนักงานเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การพัฒนา Upskill และ Reskill จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ฝ่าย HR ต้องให้ความสำคัญเพื่อสร้างความพร้อมของพนักงานต่อความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกการทำงาน
- Upskill: การเสริมทักษะเพิ่มเติมในด้านที่พนักงานมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เพื่อให้พนักงานสามารถรับมือกับงานที่ซับซ้อนขึ้นหรือใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเรียนรู้เครื่องมือซอฟต์แวร์ใหม่ หรือการพัฒนาทักษะการจัดการโครงการที่ทันสมัย
- Reskill: การฝึกฝนทักษะใหม่ทั้งหมดที่แตกต่างจากงานที่พนักงานทำอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสายงานหรือบทบาทในองค์กร เช่น การฝึกอบรมในด้านเทคโนโลยี AI หรือการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับพนักงานที่มาจากสายงานดั้งเดิม
- การทำงานแบบ Hybrid และ Remote Work
รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid ยังคงเป็นแนวโน้มสำคัญและกลายเป็นมาตรฐานสำหรับองค์กรในปี 2025 การที่ HR จะสามารถสนับสนุนรูปแบบการทำงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องออกแบบนโยบายที่เน้นความยืดหยุ่น และตอบสนองความต้องการของทั้งองค์กรและพนักงานอย่างสมดุล
- Well-being และสุขภาพจิตพนักงานสำคัญที่สุด
สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของพนักงานเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จในการทำงาน ดังนั้น HR ควรใส่ใจดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) เพื่อให้พนักงานมีพลังและความสุขในการทำงานอย่างเต็มที่
- การใช้ HR Analytics เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น
ในปี 2025 ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสำหรับ HR ที่จะช่วยให้สามารถวางแผนการทำงานและการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาปรับปรุงนโยบายต่าง ๆ ในองค์กร เช่น การวางแผนกำลังคน การพัฒนาพนักงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กร หรือการปรับปรุงกระบวนการทำงานในองค์กร ซึ่งการมีข้อมูลถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้ HR สามารถสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กรและพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Diversity, Equity & Inclusion (DEI)
ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรดึงดูดและรักษาคนเก่งในปี 2025 การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพความแตกต่างทางเพศ วัฒนธรรม ความคิด และประสบการณ์ จะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวพนักงาน เพิ่มความผูกพันต่อองค์กร และกระตุ้นการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
- การจ้างงานที่ยืดหยุ่น
ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้ในปัจจุบันมีรูปแบบการจ้างงาน ที่หลากหลายมากขึ้น องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการจ้างงานให้เหมาะสมกับความต้องการ เช่น การจ้างงานแบบเต็มเวลา งานพาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ หรือการจ้างงานระยะสั้น นอกจากนี้ยังเกิดแนวทางใหม่ เช่น การทำงานแบบรีโมตหรือ Hybrid Work ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับทั้งองค์กรและพนักงาน เพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
- วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture)
วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมเรื่องการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาพนักงานเก่งในปี 2025 ได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานเติบโตในสายงานของตนเอง แต่ยังเพิ่มความพึงพอใจและความผูกพันกับองค์กร พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ จะมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรในระยะยาว และมีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ดร.กฤติน กุลเพ็ง