Functional Competency
คือ ความรู้ ทักษะ และความสามารถเฉพาะด้าน ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานใน “ตำแหน่งนั้น ๆ” ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่องค์กรคาดหวัง
👉 ตอบคำถามว่า “ตำแหน่งนี้ต้องเก่งเรื่องอะไร”
ขั้นตอนการจัดทำ Functional Competency (Step by Step)
ขั้นที่ 1 : วิเคราะห์กลยุทธ์และทิศทางองค์กร
เพื่อให้ Competency ไม่หลุดจากเป้าหมายองค์กร
สิ่งที่ต้องดู
- วิสัยทัศน์ / กลยุทธ์องค์กร
- เป้าหมายระยะสั้น–ยาว
- แนวโน้มธุรกิจ / เทคโนโลยี
📌 คำถามสำคัญ
“ถ้าองค์กรจะไปถึงเป้าหมาย คนในตำแหน่งนี้ต้องมีความสามารถด้านใดเพิ่มขึ้น”
ตัวอย่าง
- องค์กรเน้น Digital → Competency ต้องมี Digital Skill
- องค์กรเน้น Patient-Centered → Competency ด้าน Service & Communication ต้องเด่น
ขั้นที่ 2 : วิเคราะห์งาน (Job Analysis)
เป็นหัวใจของการทำ Functional Competency
เครื่องมือที่ใช้
- JD (Job Description)
- สัมภาษณ์ผู้ดำรงตำแหน่ง
- สัมภาษณ์หัวหน้างาน
- Observe การทำงานจริง
สิ่งที่ต้องได้จากขั้นนี้
- หน้าที่หลัก (Key Responsibilities)
- งานที่ทำบ่อย งานที่สำคัญ งานที่เสี่ยง
📌 คำถามสำคัญ
“งานนี้ ถ้าทำไม่เก่ง จะเกิดผลกระทบอะไร”
ขั้นที่ 3 : ระบุชุด Functional Competency ของตำแหน่ง
นำงานในขั้นที่ 2 มาแปลงเป็น “ความสามารถ”
หลักคิด
- 1 หน้าที่หลัก = 1–2 Competency
- ไม่ควรเยอะเกิน (ปกติ 4–8 Competency / ตำแหน่ง)
ตัวอย่างตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม
| หน้าที่หลัก | Functional Competency |
| 1.วิเคราะห์ความต้องการฝึกอบรม | Training Needs Analysis |
| 2.ออกแบบหลักสูตร | Training Program Design |
| 3.ดำเนินการฝึกอบรม | Training Delivery |
| 4.วัดผลและประเมินผล | Training Evaluation |
ขั้นที่ 4 : เขียนคำจำกัดความ (Definition) ของแต่ละ Competency
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน
โครงสร้างคำจำกัดความที่ดี
- ระบุ “ขอบเขต”
- ระบุ “ผลลัพธ์ที่คาดหวัง”
ขั้นที่ 5 : เขียนพฤติกรรมเชิงสังเกต (Behavioral Indicators)
- เขียนให้เห็นภาพ “ทำอะไรได้จริง” ในแต่ละระดับ
❌ หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ เช่น “มีความรู้ดี”
ตัวอย่าง
| ชื่อหน่วยงาน | ฝ่ายทรัพยากรบุคคล |
| ชื่อตำแหน่ง | เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม |
| ชื่อสมรรถนะ | 1.การวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรม(Training Needs Analysis)
|
| คำจำกัดความ
|
ความสามารถในการรวบรวม วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูล เพื่อระบุช่องว่างสมรรถนะ (Competency Gap) และกำหนดความต้องการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ องค์กร และผลการปฏิบัติงาน |
| ระดับ | ตัวชี้วัดพฤติกรรม (Behavior Indicators) |
| ระดับที่ 1
|
เข้าใจความหมายและวัตถุประสงค์ของ TNA รู้จักประเภทของการฝึกอบรม (On-the-job / Off-the-job) เข้าใจโครงสร้าง JD และหน้าที่งานพื้นฐาน รู้จักเครื่องมือ TNA เบื้องต้น เช่น แบบสอบถามในการฝึกอบรม สามารถรวบรวมข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนด บันทึกข้อมูลความต้องการฝึกอบรมได้ถูกต้อง และต้องปฏิบัติงานตามคำแนะนำของหัวหน้างาน |
| ระดับที่ 2
|
มีความรู้ระดับที่ 1 และ รู้จักแหล่งข้อมูล TNA เช่น KPI, ผลประเมินผลงาน เข้าใจขั้นตอนการทำ TNA ระดับหน่วยงาน เข้าใจความเชื่อมโยง TNA กับแผนฝึกอบรมประจำปี วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามและผลประเมินสรุปความต้องการฝึกอบรมของแต่ละหน่วยงานประสานงานกับหัวหน้างานเพื่อยืนยันข้อมูลจัดลำดับความสำคัญความต้องการฝึกอบรมเบื้องต้น |
| ระดับที่ 3
|
มีความรู้ระดับที่ 2 และ เข้าใจการวิเคราะห์ Competency Gap เชิงลึก เข้าใจความเชื่อมโยง TNA กับ Performance Improvement รู้จักเทคนิคการสัมภาษณ์และ Focus Group วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาว่าเกิดจาก Skill หรือ Process ออกแบบเครื่องมือ TNA ให้เหมาะกับบริบทขององค์กร เชื่อมโยงผล TNA กับแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) |
| ระดับที่ 4
|
มีความรู้ระดับที่ 3 และ เข้าใจ Strategic TNA และ Workforce Capability เข้าใจการใช้ข้อมูลเชิงสถิติและ Dashboardเข้าใจการเชื่อม TNA กับ Competency Framework เข้าใจ ROI / Effectiveness ของการฝึกอบรม วิเคราะห์ TNA เชิงกลยุทธ์ระดับองค์กรคาดการณ์ทักษะในอนาคต (Future Skill)แนะนำแนวทางพัฒนาที่ไม่ใช่การฝึกอบรม (Non-Training Solution) เป็นที่ปรึกษาให้ผู้บริหารและหัวหน้างาน |
| ระดับที่ 5
|
มีความรู้ระดับที่ 4 และ มีเชี่ยวชาญการออกแบบระบบ TNA ทั้งองค์กรเข้าใจ Talent Management / Succession Planning เข้าใจแนวโน้ม Learning Analytics และ AI in L&D เข้าใจมาตรฐานการพัฒนาบุคลากรระดับสากล พัฒนาระบบ TNA ที่เชื่อมกับกลยุทธ์องค์กรโดยตรงสร้างมาตรฐานและแนวปฏิบัติ TNA ขององค์กร ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทีม HRD |
ขั้นที่ 6 : ตรวจสอบและยืนยัน (Validation)
เพื่อให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่สวยบนกระดาษ
ผู้ที่ควรมีส่วนร่วม
- ผู้บริหารสายงาน
- HR
- ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
📌 เช็กว่า
- ใช้งานจริงได้ไหม
- ประเมินได้จริงหรือไม่
- สอดคล้องกับ KPI หรือไม่
ขั้นที่ 7 : เชื่อมโยงการใช้งาน (Implementation)
Functional Competency ควรนำไปใช้กับ
- 📌 การสรรหา (Competency-based Interview)
- 📌 การประเมินผลงาน
- 📌 Individual Development Plan (IDP)
- 📌 Career Path / Succession Plan
- 📌 การฝึกอบรม
ตัวอย่างสรุป (One-page)
ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม
Functional Competency
- Training Needs Analysis
- Training Program Design
- Training Delivery
- Training Evaluation
ระดับที่คาดหวัง
- Junior : Level 2
- Senior : Level 3–4
- Supervisor : Level 4–5
ดร.กฤติน กุลเพ็ง ที่ปรึกษาองค์กร